1

พบติดโควิด-19เพิ่มอีก 2 รายกลับจากเมียนมา เล็งเพิ่มศูนย์กักดูอาการ

เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.63 อาคารฟ้าภิรมย์ สิงห์ปาร์ค อ.เมือง จ.เชียงราย นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการ จ.เชียงราย นายแพทย์ทศเทพ บุญทอง นายแพทย์สาธารณสุข จ.เขียงราย และนายแพทย์ไชยเวช ธนไพศาล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้จัดประชุมคณะทำงานสกัดกั้นโรคไวรัสโควิด-19 เพื่อสรุปสถานการณ์และกำหนดการปฏิบัติ เกี่ยวกัารแพร่ระบาดของไวรัสโรวิด-19 นอกจากนี้ได้นำ รถพระราชทานเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ไปให้บริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 แก่พนักงานของสิงห์ปาร์คที่เข้าไปจัดงานฟาร์มเฟสติวัล ออนเดอะฮิล 2020 ในสิงห์ปาร์ค เมื่อวันที่ 29 ธ.ค.ที่ผ่านมาซึ่งมีผู้ที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ชาว จ.พะเยา และ จ.เชียงราย ทั้ง 2 รายเข้าไปเที่ยว ซึ่งทางสิงห์ปาร์คได้ให้พนักงานเข้ารับการตรวจจำนวน 360 คน

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ทางคณะทำงานได้สรุปการปฏิบัติโดยได้พบว่ามีผู้เดินทางจาก จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา กลับเข้ามายังประเทศไทยผ่านด่านพรมแดนตรงสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมา ข้ามลำนำสายแห่งที่ 2 จำนวน 13 รายโดยทั้งหมดทำงานอยู่ที่โรงแรมวันจีวันซึ่งเป็นแหล่งแพร่เชื้อ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจปรากฎว่าพบติดเชื้อไวรัสโควิด-19 จำนวน 2 ราย โดยเป็นหญิงอายุ 20 ปีทั้งคู่ปัจจุบันถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์โดยมีอาการน้ำมูกไหลเล็กน้อยแต่ไม่มีไข้ ส่วนผู้ที่ไม่พบเชื้อถูกส่งไปยังสถานกักดูอาการหรือ Local Quarantine ในจังหวัดซึ่งปัจจุบันมีจำนวนสะสมรวมกันตลอดระเวลาตั้งแต่วันที่ 2-4 ธ.ค.จำนวน 86 คน โดย จ.เชียงราย ได้มีการเพิ่มจำนวน Local Quarantine จากเดิมที่มีอยู่ในจังหวัดจำนวน 4 แห่ง เป็น 10 แห่ง สามารถรองรับได้จำนวน 500 คน

นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ กล่าวว่าปัจจุบันมีผู้ขอจะเดินทางกลับประเทศไทยผ่านคณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมา ระดับท้องถิ่น หรือทีบีซี จำนวน 67 ราย และผ่านกระทรวงการต่างประเทศจำนวน 45 ราย ซึ่งก็ทะยอยเดินทางกลับมาทำให้ทางจังหวัดได้เตรียม Local Quarantine รองรับมากขึ้นดังกล่าว ส่วนบริเวณชายแดนที่เคยลักลอบเข้ามาก็ได้ส่งกำลังเข้าไปสกัดกั้นทั้งหมดแล้วเพื่อให้กลับเข้ามาตามช่องทาง ยืนยันว่าเดิมคนไทยที่ทำงานในฝั่ง จ.ท่าขี้เหล็ก อาจจะมากถึง 1,000-2,000 คน แต่จากการสอบถามข้อมูลไปยังทางทีบีซีทราบว่าหลังจากเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 และปิดด่านพรมแดนทำให้ได้เดินทางกลับเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันเหลืออยู่ไม่ถึง 1,000 คนรวมถึงที่โรงแรมวันจีวันด้วย สำหรับการจัดการภายในจังหวัดนั้นได้มีการปิดสถานบนเทิงจำนวน 4 แห่งใน อ.เมืองเชียงราย ที่ผู้ติดเชื้อผู้เป็นชายอายุ 28 ปีที่พบการติดเชื้อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมาพากันไปเที่ยวโดยมีการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อแล้ว

นายแพทย์ทศเทพ บุญทอง กล่าวว่า ในส่วนของการพบผู้ติดเชื้อใหม่ทั้ง 2 นั้นไม่มีเส้นทางหรือไทม์ไลน์เพราะตรวจพบที่ด่านพรมแดน แต่ก็ทำให้จำนวนผู้พบเชื้อใน จ.เชียงราย เพิ่มขึ้นเป็น 9 รายในรอบสัปดาห์นี้ ส่วนกลุ่มผู้สัมผัสเสี่งสูงและต่ำในจังหวัดมีรวมกัน 46 คน ได้ทำการตรวจแล้วปรากฎว่าผลเป็นลบทั้งหมด อย่างไรก็ตามกรณีรายที่เป็นชาย(สาวประเภท2 ) อายุ 28 ปี นั้นยังอยู่ระหว่างสืบหาผู้สัมผัสเสี่ยงอยู่เพราะเดินทางไปหลายแห่ง แต่เบื้องต้นจากการตรวจคนที่สัมผัสเสี่ยงสูงใกล้ชิดจำนวน 3 คน ไม่พบการติดเชื้อจึงถือว่าควบคุมได้แล้ว

ด้านนายแพทย์ไชยเวช กล่าวว่าสำหรับอาการป่วยของทั้ง 9 ราย นั้นส่วนใหญ่มีอาการเบาโดยอย่างมากก็จะมีน้ำมูกไหลเล็กน้อย และพบว่ารายกรณีของรายแรกได้รับการรักษาเข้าสู่วันที่ 5 แล้วซึ่งถือว่าถึงครึ่งทางของการรักษาเพราะตามหลักจะรักษานาน 10 วัน ก็ให้กลับบ้านได้

ในส่วนของคณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมา ระดับท้องถิ่น หรือทีบีซี ฝ่ายไทย ได้ประสาน คณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมา ระดับท้องถิ่น หรือทีบีซี ฝ่ายเมียนมาเพื่อ ให้ประชาสัมพันธ์ไปยังคงไทยที่ยังคงตกค้างอยู่ใน จ.ท่าขี้เหล็ก ที่ต้องการจะเดินทางกลับประเทศ แม้ว่าจะลักลอบเดินทางออกไปจากประเทศไทยก็ตาม ซึ่งทาง คณะกรรมการชายแดนไทย-เมียนมา ระดับท้องถิ่น หรือทีบีซี ได้ขอให้กลับมาตามช่องทางที่ด่านพรมแดน ไทย – เมียนมา แห่งที่ 2 อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อจะได้รับการตรวจคัดกรอง และเข้าสู่ระบบของสาธารณะสุข เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดและเป็นผลดีต่อผู้ที่ข้ามแดนกลับมาด้วยเพราะจะได้รับการตรวจอย่างละเอียด และหากไม่พบการติดเชื้อในช่วงเวลาที่กักตัว 14 วันก็จะให้กลับบ้านตามปกติ

ภาพ/ข่าว.ณัฐวัตร ลาพิงค์/เชียงราย