และแล้ว สื่อแพร่ตัวจริงก็ไม่ทน ออกโรงแจงปมนักข่าวสาวจอมรีดทำวงการสื่อเสื่อม 1สมาคม3ชมรมสื่อแพร่ยันสมาชิกไม่มีคนเลวๆแบบนี้ จับมือร่วมตรวจสอบกดดันทางสังคม เพราะนักข่าวคนนี้ไม่มีต้นสังกัดจะแอบอ้างทั้งสิ้น

5
(1)
image_print
อดิศร ถิ่นทิพย์ ประธานชมรมผู้สื่อข่าวแพร่

สื่อแพร่ตัวจริงออกโรง แฉซ้ำ ไม่มีชื่อในบัญชี สมาคมเคยไปแจ้งความไว้เพราะมีนักข่าวในสังกัดออกรีดไถ มติ สมาคมสั่งลบชื่อ ออกทันที แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นนักข่าวสาวที่เป็นข่าวไปแล้วกรณีไปรีดทรัพย์ส่วนราชการในจังหวัดแพร่

เริ่มแผ่ขยายวงออกไปอย่างรวดเร็วกรณีที่แมกทีวีไทยแลน์ออนไลน์ ได้ออกมาเปิดโปงกับพฤติกรรมของนักข่างสาวคนหนึ่ง ที่ไม่ทำมาหากินออกไปรีดไถเอากับหัวหน้าส่วนราชการ นักการเมืองแม้แต่ร้านค้าต่างๆก็ดโนมาแล้วไปรีดเงินอ้างช่วยโควิด

นางสาวจิราภรณื ศิริทิชากร ประธานชมรมสื่อมวลชนแพร่

วันนี้ 17 มีนาคม 256 ทางสำนักงานแมกทีวี สถานีข่าวชาวบ้าน ได้รับการชี้แจงมาจากสื่อมวลชนในจังหวัดแพร่ ซึ่งเป็นสื่อมวลนเป็นนักข่าวตัวจริง ดังนี้

นายอดิศร ถิ่นทิพย์  ประธานชมรมผู้สื่อข่าวจังหวัดแพร่ เผยว่า จากกรณีที่เป็นนักข่าวสาวเมืองแพร่มีพฤติกรรมเลวทรามชั่วร้าย ต้องว่ายังงี้เลย โดยใช้ชื่อวิชาชีพสื่อไปรีดไถชาวบ้านด้วยวิธีการต่างๆนานา ตนเองก็ไม่สบายใจ หากขืนนิ่งดูดายลำพังจะสร้างความเสื่อเสียมาให้สื่อตัวจริงที่เขาทำมาหากินสุจริต  เบื้องต้น ในฐานะที่ตนเป็นประธานชมรมผู้สื่อข่าว มีสมาชิกอยู่นับสิบ อยากจะขอยืนยันว่าในชมรมผู้สื่อข่าวไม่มีนักข่าวในชมรมมีพฤติกรรมแบบนี้ เพื่อไม่ให้ประชาชนคนทั่วไปเข้าใจผิดแล้วเหมารวม  ต่อไปก็จะขอความร่วมมือสมาชิกได้เร่งตรวจสอบว่าเป็นใครต่อไป

สุกัญญา ทวียนต์เนรมิตร นายกสมาคมสื่อสารมวลลชนจังหวัดแพร่

นางสาวจิราภรณ์ ศิริทิชากร  ประธานชมรมสื่อมวลชนจังหวัดแพร่ ได้ชี้แจงและยืนยันว่าสมาชิกในชมรมสื่อมวลขนแพร่ไม่มีนักข่าวที่มีพฤติกรรมแบบนี้ เพราะสมาชิกทุกคนก็มีอาชีพเป็นหลักแหล่งของตนเองทั้งสิ้นจึงไม่จำเป็นที่จะต้องออกไปรีดไถหากิน  แต่หากท่านที่พบและมีนักข่าวท่านใดอ้างว่าอยู่ในชมรมสื่อมวลชนแพร่ขอแจ้งให้ทราบที่โทร  089-9509335

นางสาวสุกัญญา ทวียนต์เนรมิต  นายกสมาคมสื่อสารมวลชนจังหวัดแพร่ แจ้งว่า    กรณีได้รับการร้องเรียนเรื่องพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของสมาชิก ซึ่งมีสถานภาพเข้าเป็นสมาชิกสมาคมฯ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2564 และมีพฤติกรรมสร้างความเสื่อมเสียกับสมาคมฯ โดยมีหลักฐานการกระทำความผิดชัดเจนมาแสดงต่อคณะกรรมการสมาคมฯ ตามข้อบังคับที่ 11 (4) คณะกรรมการมีมติให้ลบชื่อออก พ้นจากการเป็นสมาชิก ของสมาคมฯ ทันที โดยจะมีหนังสือแจ้งเวียนถึงหน่วยงานและลงประกาศของสมาคมฯ ตามระเบียบต่อไป

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ที่ประชุมมีคณะกรรมการเข้าร่วมประชุม 11 คน จากจำนวนคณะกรรมการทั้งหมด15 คน มติที่ประชุมถือเป็นเอกฉันท์ในนามสมาคมสื่อสารมวลชนจังหวัดแพร่ ขอยืนยันว่า ทางสมาคมฯ ได้รับหลักฐานยืนยันการกระทำของบุคคลดังกล่าว และดำเนินการตามระเบียบของสมาคมฯ ตามที่เป็นข่าวและยืนยันได้ว่าสมาชิกในสมาคมไม่มีนักข่าวที่ออกไปสร้างวีรกรรมเลวๆอย่างแน่นอน เพราะสมาคมจะไม่รับบุคคลที่มีพฤติกรรม ที่ไม่ดี

อย่างไรก็ดี มีข้อมูลว่าการที่สมาคมได้ลบชื่อนักข่าวบางคนออกไปนั้นสืบเนื่องมาจากมีการร้องเรียนและมีหลักฐานชัดเจนถึงการออกไปรีดไถและตบทรัพย์ชาวบ้านโดยอ้างเอาสถานการณ์โควิดมาหากิน เรื่องนี้สมาคมได้เข้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานแล้ว แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นนักข่าวสาวที่ตกเป็นข่างหรือไม่ แต่นักข่าวคนนี้ยังลอยนวลและยังอยู่ในสังคมเพราะไปอ้างว่าตัวเองเป็นคนดี

พิจิตร สมศักดิ์ ประธานชมรมสื่อมวลชนอิสระภาคเหนือ

นายพิจิตร สมศักดิ์ ประธานชมรมสื่อมวลชนอิสระภาคเหนือ ผู้ออกมาเปิดโปงพฤติกรรมนักข่าวสาว ว่า  ชอยืนยันชัดเจนว่าสมาชิกในชมรมเราไม่มีนักข่าวแบบนี้เพราะชมรมสื่อมวลชนอิสระ นอกจากจะทำหน้าที่สื่อมวลชนรายงานข่าวแบบตรงไปตรงมา แล้ว สมาชิกทุกคนก็เน้นในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ตามที่เป็นข่าวมาตลอด กิจกรรมมากมายที่พวกเราทำเน้นการช่วยเหลือ  หรือแม้แต่ตอนที่โควิดระบาด เราก็มอบสิ่งของมากมายทำข้าวกล่องแจกจ่ายเกือบ1เดือนเต็มๆ

ส่วนการนำเสนอข่าวนักข่าวสาวคนนี้ ทางสำนักเราเน้นข้อเท็จจริงเน้นหลักฐาน ซึ่งก็เป็นของจริงทั้งนั้นๆที่คนที่รีดไปแล้วออกมาแฉเอง ดังนั้นจะเป็นข่าวที่แต่งแต้มเองเป็นไปไม่ได้ ยี่ฮ้อ นายพิจิตร สมศักดิ์ ใครก็รู้ว่า ไม่มีหลักฐาน ไม่มีข่าว และก็อยากจะฝากไปยังหัวหน้าส่วนราชการ องค์กรท้องถิ่น ท้องที่ หน่วยงานงานเอกชน ร้านค้าหรือใครก็ตาม หากพบว่ามีนักข่าวที่อ้างว่าเป็นนักข่าวโน่นนี่ ออกไปรีดไปไถไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดๆ ขออย่าได้เกรงกลัว และอย่าส่งเสริมด้วยการให้ทรัพย์สินใดๆ เพราะบุคคลแบบนี้หากได้ 1 ครั้งมันกย่ามใจเลยมีครั้งต่อไปอีก ตามที่มี ผอ.ระดับ 9 ท่านหนึ่งร้องเรียนและแฉข้อมูลมีทั้งหลักฐานการโอนเงินและอื่นๆ   หาไม่แน่ใจขอให้โทรศัพท์แจ้งตำรวจเลยไม่ต้องแจ้งไปไหน ให้ตำรวจไปสอบสวนและสอบถามหากไม่มีสังกัดจริง เอาเลย ตบทรัพย์มีหลายมาตรา และที่สำคัญอย่าไปหลงเชื่อคารมนักข่าวสาวคนนี้เพราะความจริงปรากฏเขาไม่มีต้นสังกัดที่เป็นสื่อจริงแอบอ้างว่าเป็นนักข่าวสังกัดนั้นสังกัดนี้มั่วไปหมดที่แท้เป็นนักข่าวเฟสบุ๊ก เขียนเองทำเองออกเองอ้างไปมั่ว

นายพิจิตร เผยอีกว่า เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆเพราะว่าหลักฐานมามากมาย หลายท่านบอกว่าทำไมไม่ใส่ชื่อไปเลย ให้ใจเย็นๆไว้ ตอนนี้ ต้องดูว่านักข่าวสาวตนนี้จะมีจิตสำนึกหรือไม่ หากยังอวดเก่งว่าเป็นคนดีอยู่อย่างนี้ ทางผู้ร้องเขาจะเปิดชื่อเอง เมื่อนั้นคือไปเปิดชื่อที่โรงพัก หรือที่ศาลเท่านั้น ให้ติดตามกันต่อไป ยังมีหลักฐานอีกมากที่แทบไม่น่าเชื่อทั้งสิ้น

ให้คะแนนบทความนี้

กรุณาเลือกจำนวนดาว

คะแนนค่าเฉลี่ย 5 / 5. จำนวนผู้ให้คะแนนโวต 1

ยังไม่มีผู้ให้คะแนนบทความนี้

Sending
User Review
0 (0 votes)

Leave a Reply

Translate »