1

เมาคลั่งในโรงพยาบาล ถีบ เตะพยาบาล

เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.63 พ.ต.ท.ชัยยงค์ อินเถิง สารวัตรสอบสวน สภ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ได้นำตัวนายเฉลิมชัย แซ่ลี อายุ 26 ปี ชาว ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย มาดำเนินคดีในข้อหา “ทำร้ายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ,เสพสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่นจนเป็นเหตุให้ตนเมาประพฤติตนวุ่นวายหรือครองสติไม่ได้ขณะอยู่ถนนสาธารณะหรือสาธารณะประโยชน์” หลังจากก่อเหตุวุ่นวายในช่วเวลาประมาณ 15.00 น.ของวันที่ 27 ธ.ค.ที่ผ่านมา ในห้องอุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวช โรงพยาบาลเวียงแก่น อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย ขณะเจ้าหน้าที่กำลังช่วยเหลือเพราะประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้มที่ ต.ปอ อ.เวียงแก่น ทำให้ศีรษะแตกและขนขาได้รับบาดเจ็บ

ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังจะทำการรักษานายเฉลิมชัยซึ่งมีอาการมึนเมาไม่ยินยอมขัดขืน และคลุ้มคลั่งใช้เท้าถีบทำร้ายเจ้าหน้าที่และพยาบาล ทำให้เกิดความวุ่นวายในห้องฉุกเฉิน เจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัยที่เป็นชายที่พยายามจะเข้าไปควบคุมสติของผู้คลุ้มคลั่งเอาไว้ แต่ไม่สามารถควบคุมอาการของชายคลุ้มคลั่งเอาไว้ได้เพราะตัวสูงใหญ่ จากนั้นได้ลุกออกจากเตียงเข้าทำร้ายผู้ที่เข้าไประงับจนทำให้หลายคนบาดเจ็บและอุปกรณ์ภายในห้องฉุกเฉินและหน้าห้องหลายชิ้นเสียหาย โดยทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงแก่น ให้เข้าไปจับกุมตัวนายเฉลิมชัยเอาไว้ ซึ่งเหตุการณ์ได้รับการบันทึกด้วยกล้องวงจรปิดได้อย่างชัดเจน หลังสงบสติอารมณ์แล้วนายเฉลิมชัย รับสารภาพว่าได้ดื่มสุราฉลองส่งท้ายปี กับเพื่อนก่อนจะเมาไม่ได้สติแล้วเกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ล้ม และอาละวาดที่โรงพยาบาล ซึ่งหลังจากมีสติแล้วก็ได้ขอโทษกับทางโรงพยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ในคืนดังกล่าวแล้ว

นายแพทย์กิตติพัฒน์ ลาชโรจน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเวียงแก่น กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุดังกล่าว ก็อยากจะฝากเตือนผู้ป่วยที่มารับบริการเพราะอย่างไรก็ตามโรงพยาบาลก็เป็นโรงพยาบาลของรัฐที่มีหน้าที่ดูแลผู้ป่วย เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ต้องดูแลผู้ป่วย ในบ้างครั้งคนไข้ก็ไม่อาจอยู่ในสภาวะที่ควบคุมตัวเองได้ ก็อยากจะขอความร่วมมือกับผู้ที่มาใช้บริการ ซึ่งในกรณีที่เกิดเหตุขึ้นแล้วมีเจ้าหน้าที่มาห้ามปรามหรือมาเตือนก็ขอให้ปฎิบัติตาม ในกรณีที่เกิดเหตุร้ายแรงจนถึงเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นทางด้านร่างกายหรือจิตใจนขั้นรุนแรง หรือแม้กระทั่งมีการทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ซึ่งจริงๆก็ไม่อยากติดใจเอาความ แต่ก็ต้องดำเนินคดีไปเพื่อให้เกิดการกระทำเป็นเยี่ยงอย่าง หลังจากก่อเหตุแล้วคนไข้ก็ได้เข้ามาขอโทษกับทางโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งในขณะที่ก่อเหตุไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ทางโรงพยาบาลก็ไม่ได้ติดใจเอาความ ส่วนนเรื่องคดีความก็ให้เป็นไปตามกระบวนการต่อไป

ภาพ/ข่าว.ณัฐวัตร ลาพิงค์/เชียงราย