1

ยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ให้เป็นสินค้า Premium ประเภทอาหาร สู่สากล เป็นไปได้หรือไม่

นายก อบจ ชื่นชมโครงการที่มีความร่วมมือสูง และขอบคุณท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ที่พยายามผลักดันโครงการนี้มาจนถึง เข้ารูปเข้าร่าง สมควรยกย่องและปรบมือให้ แม้ไม่ได้เป็น ส.ส.ก็ยังเดินหน้าเพื่อชาวแพร่และชาวไทย  แต่ โครงการดังกล่าวนี้ จะต่อยอดได้ก็ต้องอาศัยความจริงจังและจริงใจของชาวแพร่ว่าจะสานต่อ ได้เพียงไหน ส่วน อบจ.พร้อมให้การสนับสนุนเต็มที่

จังหวัดแพร่ จัดงานแถลงข่าวโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ให้เป็นสินค้า Premium ประเภทอาหาร สู่สากล

***วันศุกร์ที่ 26 พฤศจิกายน 2564 เวลา 17.00 น. ณ ข่วงวัฒนธรรมเมืองแพร่ (กาดสามวัย) อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

นายสมหวัง พ่วงบางโพ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ มอบหมายให้นายวิเชียร อนุสาสนนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ เป็นประธานในโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ให้เป็นสินค้า Premium ประเภทอาหาร    นายสุสังข์ ชุ่มมะโน พัฒนาการจังหวัดแพร่ กล่าวรายงานฯ   โดยมีผู้ร่วมเป็นเกียรติในงาน ประกอบด้วย

-***** ดร.วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

-***** นายอนุวัธ วงค์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่

-********* นายศราวุธ พุฒตรง รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดน่าน    นายโชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่   นายวาทิต ปัญญาคม ปลัดจังหวัดแพร่  ส่วนราชการจังหวัดและอำเภอของจังหวัดแพร่

-*** ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าวฯ และในวันนี้ มีกิจกรรมการแสดงการทำอาหารไทยชั้นเลิศระดับ Michelin 2 ดาว โดยเชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟผู้นำเสนอตำรับอาหารไทยผ่านวัตถุดิบพื้นบ้านที่หลากหลาย ที่มาพร้อมกับแบรนด์ ‘Heaven Cuisine’

****จังหวัดแพร่ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการพัฒนาชุมชน ในการดำเนินโครงการยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ให้เป็นสินค้า Premium ประเภทอาหาร เพื่อพัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ให้เป็นสินค้า Premium ประเภทอาหารสู่สากล เพิ่มช่องทางการตลาดให้เป็นผลิตภัณฑ์ OTOP ประเภทอาหารทั้งภายในประเทศ ต่างประเทศและตลาดออนไลน์ โดยการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และสร้างภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ OTOP ประเภทอาหารของจังหวัดแพร่ สู่ระดับสากล

****กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการ OTOP ประเภทอาหาร ในจังหวัดแพร่ จำนวน 242 ผลิตภัณฑ์**โดยมีกิจกรรม ดำเนินการดังนี้  กิจกรรมย่อยที่ 1 ยกระดับผลิตภัณฑ์ OTOP ประเภทอาหาร

– กิจกรรมย่อยที่ 2 ออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์  กิจกรรมย่อยที่ 3 เผยแพร่ประชาสัมพันธ์และจัดแสดงจำหน่ายผลิตภัณฑ์ โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

– *******เพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพ มาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ OTOP ประเภทอาหาร

– *******เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ OTOP ประเภทอาหาร ทั้งภายในประเทศ ต่างประเทศ และตลาดออนไลน์

-******** เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และสร้างภาพลักษณ์ผลิตภัณฑ์ OTOP ประเภทอาหาร สู่ระดับสากล

***** ทั้งนี้ นายสุสังข์ ชุ่มมะโน พัฒนาการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า จะทำให้ผลิตภัณฑ์ OTOP ประเภทอาหาร ได้ยกระดับสู่สากล เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ ให้เศรษฐกิจในจังหวัดแพร่ ดีขึ้นทั้งในระบบ Offline และ Online ส่งผลให้ผู้ประกอบการ ผู้ผลิต และประชาชน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

****การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เน้นมาตรการป้องกันและเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID – 19) และมาตรการสาธารณสุข D-M-H-T-T-A อย่างเคร่งครัด

ส่วนทางด้านนายอนุวัธ วงศ์วรรณ  นายก อบจ.แพร่ ได้ขึ้นกล่าวบนเวทีว่า   พี่น้องชาวแพร่ได้รับโอกาสอันดี เพื่อที่จะพัฒนาสินค้าโอท็อปไปสู่โลกกว้างในอนาคต จังหวัดแพร่ด้วยความมุ่นมั่น และตั้งใจที่จะผลักดันเรื่องนี้ให้สำเร็จ  ต้องขอขอบคุณท่านอภิชาต โตดิลกเวช ท่านวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุลอดีตดรัฐมนตรีหลายกระทรวงล่าสุดสังกัดกระทรวงวิทยาศาตรและเทคโนโลยี  ท่านก็ได้นำเสนอโครงการนี้ ที่สำคัญก้าวแรกที่ท่านนำมาคือการสร้างโรงอบ ไว้ที่บ้านแม่จั๊วะ เด่นชัย  จากนั้นก็พยายามที่จะผลักดันโครงการนี้มาตลอดโดยไม่ได้ทิ้ง จนมาถึงวันที่ ความสำเร็จเกิดขึ้นแล้ว แต่ในอนาคต หากพี่น้องไม่ร่วมมือกันไม่สานต่อ โครงการนี้อาจจะเป็นเพียงชื่อและตำนาน  ในเมื่อชาวแพร่มีโอกาสขอวิงวรให้ร่วมมือกันสานต่อ ทาฃหย่งยงานรับผิดชอบต้องสานต่ออย่างต่อเนื่อง  ในส่วน อบจ.ยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้โครงการนี้สำเร็จและเป็นหนึ่งในประเทศที่สามารถแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรมาเป็นอาการส่งออกได้

ในความคิดเห็นของพี่น้องชาวแพร่ ที่ไปร่วมงาน ยอมรับว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ ต่อยอดผลิตภัณฑ์หริอสินค้าโอท็อปได้เป็นอย่างดี ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของท่านวรวัจน์  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เกรงว่า จะไม่มีการสานต่อโครงการให้ตลอดรอดฝั่ง ส่วนราชการที่ทำงานแบบเช้ากิน เย็นนอน ก็เป็นที่รู้กันอยู่  ดังนั้นเมื่อ งบประมาณสถานที่พร้อม หากจะให้เดินหน้าจริงต้องอาศัยประชาชน ต้องอาศัยภาคเอกชน

หากครงการดังกล่าว มีเอกชนสักรายรับต่อยอด มันคงจะดี เพราะต้องทำให้เป็นธุรกิจจริงจัง แต่หากจะปล่อยให้ส่วนราชการและชาวบ้านทำกันเองคงไปไม่รอด  ดังนั้นโครงการนี้จะเป็นบทพิสูจน์อย่างดี ว่า ทางการ ชาวบ้าน จะสานต่อได้มากน้อยเพียงไหน