1

เทศบาลหาดใหญ่ร่วมกับทีมงานเส้นด้ายเข้ารับการตรวจคัดกรองเชิงรุกเพื่อหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจ ATK ให้กับชาวบ้าน 4 ชุมชน 1 ชุมชนจันทร์ประทีป2จันทร์วิโรจน์ 3 จันทร์นิเวศน์ 4 ตลาดทุ่งเสา และแรงงานต่างด่าวในพื้นที่ที่ทำงานอยู่ภาพในเขต 4 ชุมชนนี้

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น.วันนี้ 11 ต.ค.64 ที่หน้า K&K ป.ณัฐพล เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เทศบาลหาดใหญ่ร่วมกับทีมงานเส้นด้ายเข้ารับการตรวจคัดกรองเชิงรุกเพื่อหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจ ATK ให้กับชาวบ้าน 4 ชุมชน 1 ชุมชนจันทร์ประทีป 2จันทร์วิโรจน์ 3 จันทร์นิเวศน์4ตลาดทุ่งเสา และ แรงงานต่างด้าวในพื้นที่ ที่ทำงานอยู่ในเขต 4 ชุมชน นี้ และตอนนี้ได้ตรวจหาเชื่อโควิด 19ไปแล้วกว่า 300 คนและตอนนี้ก็มีประชาชนทยอยเดินทางมาตรวจเพื่อหาเชื้อโควิด-19 ด้วยชุดตรวจ ATK อย่างต่อเนื่องและมีการตรวจหาเชื้อโควิด19 ตั้งแต่15.00น.-18.00น.ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 14 ต.ค.64

คณะกรรมการโรคติดต่อ จ.สงขลา เปิดเผยผู้ติดเชื้อโควิดใน จ.สงขลาวันที่ 11 ต.ค.จำนวน 505 คน จากเรือนจำ 10 คน รวม 515 คน เสียชีวิต 1 คน รวมยอดติดเชื้อสะสม 36,533คน เสียชีวิตสะสม 161 คน รักษาตัวในโรงพยาบาล 6,366 คน รักษาหายกลับบ้าน 30,006 คน
พบผู้ติดเชื้อมากที่สุดในกลุ่มผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อในพื้นที่ 368 คน อ.จะนะ 103 คน หาดใหญ่ 47 คน เมือง 44 คน สะเดา 40 คน เทพา 38 คน สะบ้าย้อย 37 คน รัตภูมิ 31 คน นอกจากนั้นมาจากลุ่มสัมผัสเสี่ยงสูงในโรงงาน 9 ผู้เข้ารับการบำบัดยาเสพติดในโรงพยาบาล 10 คน กลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในร้านค้าและบริษัท 25 คน

ขณะได้รับวัคซีนเข็ม 1 จำนวน 678,930 คน ร้อยละ 45.65 เข็ม 2 จำนวน 459,854 คน ร้อยละ 30.92 ของกลุ่มเป้าหมาย 1,487,320 คน ทำให้สถานการณ์โควิดยังไม่คลี่คลาย
นายภูวกร ศรีเนียน ผู้ก่อตั้งกลุ่มเส้นด้ายกล่าวว่า เราเป็นกลุ่มอาสาที่ตั้งมา 5 เดือนแล้วทำงานซึ่งที่ผ่านมาเราได้มีโอกาสได้ไปเสริมการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาครัฐและตอนนี้สถานการณ์ในกรุงเทพและปริมณฑลเริ่มอยู่ตัวแล้ว สถานพยาบาลเปิดเยอะขึ้นและการเข้าถึงการรักษาของประชาชนมันเร็วและการเข้าใจของประชาชนมันสูงขึ้นมีความตื่นตระหนกน้อยลง แต่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาเราก็เห็นว่าการติดเชื้อของ4จังหวัดชายแดนภาคใต้มันสูงขึ้น สูงที่สุดในประเทศไทยตอนนี้เลยก็ว่าได้ จำนวนผู้ติดเชื้ออาจเป็นหนึ่งใน5ของประเทศก็ว่าได้และเส้นด้ายก็มีโอกาสลงพื้นที่มาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วร่วมกับกรมการแพทย์จึงได้เห็นว่าสถานการณ์มันเริ่มจะสูงขึ้นเรื่อยๆและยังมีโอกาสที่จะลุกลามไปมากต่อเราก็รู้สึกว่าไม่อยากให้มันตายไปเหมือนกรุงเทพเมื่อเดือนกรกฎาคมเราจึงรีบลงมาอีกครั้งหนึ่งมาช่วยเสริมมาเป็นแรงเสริมให้กับเจ้าหน้าที่เราจะมาทั้ง4จังหวัดสงขลา,ยะลา,นราธิวาส,ปัตตานี นอกจากการทำงานของเรา เป็นจุดตรวจเชิงรุกแล้วเรายัง รณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่มีการเตรียมตัว ตื่นตระหนกต่อโลกโควิด19 และมีการอบรมอาสาทำงานให้ฝึกทำงานได้เมื่อเรากลับไปแล้วอยากให้อาสาที่นี่ทำต่อได้ และสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดสงขลาเข้าที่ประชุมเมื่อวานมันเป็นขาขึ้นก็จริงแต่มันยังมีโอกาสอยู่และสถานพยาบาลยังไม่เต็ม

นายปรีชา สถิตย์เรืองศักดิ์ / หาดใหญ่ จ.สงขลา