1

ยึดเครื่องจักรมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท!!… ป่าไม้ร่วมตำรวจภาค 5 บุกจับโรงงานแปรรูปไม้รายใหญ่

ป่าไม้ ร่วมกับ ตชด. และตำรวจภาค 5 บุกตรวจโรงงานแปรรูปไม้สับรายใหญ่ ยึดไม้สัก ไม้ประดู่ พร้อมอุปกรณ์บดสับ รวมมูลค่ารวมกว่า 50 ล้านบาท
***เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 19 สิงหาคม 2564 นายสักรินทร์ ปัญญาใจ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 ภาคเหนือ, นายประสิทธิ์ ท่าช้าง ผอ.สจป.ที่ 3 สาขาแพร่ ร่วมกับ พ.ต.ท.จิตรภณ สมหมาย หัวหน้าชุดปฎิบัติการ ศปทส.ภาค 5 , นายพิษณุพันธ์ วงศ์ขันธ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ สจป.ที่ 3 สาขาแพร่, นายนันทพงษ์ คำปิน เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงาน ศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 3 ภาคเหนือ, สนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ร้อย ตชด.323 กก.ตชด.32 (พะเยา), เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พร.12 (แม่จั๊วะ) พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เด่นชัย จ.แพร่, ฝ่ายปกครองจังหวัดแพร่ และฝ่ายปกครองอำเภอเด่นชัย เข้าตรวจสอบโรงงานแปรรูปไม้สับ บริษัท เด่นชัยพาวเวอร์ จำกัด เลขที่ 135/2 หมู่ 6 ต.แม่จั๊วะ อ.เด่นชัย จ.แพร่ หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่ามีการแปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต
***ที่เกิดเหตุด้านหน้าเป็นโรงโม่ปูน มีป้ายติดว่า “รับซื้อไม้ปีก ไม้ท่อน ไม้ฟืน” เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณด้านหลัง พบกองไม้ขนาดใหญ่ และกองไม้แปรรูปที่บดสับแล้ว รวม 4 กอง พร้อมเครื่องจักรขนาดใหญ่ สายพานลำเลียง และรถแบคโฮ จอดอยู่บนกองไม้ 1 คัน สอบถาม นายพันเดช ใบไกร อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดสระบุรี รับว่าเป็นผู้จัดการดูแล โดยมีนายแซ็ก พักอยู่ในอำเภอเมืองแพร่ ไม่ทราบชื่อจริง เป็นเจ้าของ รับเงินเดือนทำหน้าที่ดูแลรับซื้อไม้ทุกชนิด และไม่มีใบอนุญาตในการแปรรูปไม้ หรือบดสับไม้ แต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้ร่วมกันตรวจยึดไม้ทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย ไม้สักท่อน 3 ท่อน ไม้ประดู่ท่อน 22 ท่อน ไม้กระยาเลยท่อน 55 ท่อน ไม้แปรรูปชิ้นไม้สับ และไม้ท่อนรวมทั้งหมด พร้อมเครื่องคีบไม้ เครื่องเขย่าไม้ เครื่องสับไม้ เครื่องคัดขนาดชิ้นไม้สับสายพานลำเลียง และรถแบคโฮ ทั้งหมด พร้อมนำตัวนายพันเดชฯ ผู้จัดการ ส่งให้ ร.ต.อ.ชาติสยาม แจ่มรัตนโสภิณ พนักงานสอบสวน สภ.เด่นชัย ดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมตั้งข้อกล่าวหา ทำไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต, แปรรูปไม้โดยไม่ได้รับอนุญาต, ตั้งโรงงานแปรรูปโดยใช้เครื่องจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีไม้หวงห้ามอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รีบอนุญาต โดยนำของกลางซึ่งเป็นไม้ท่อนทั้งหมด 80 ท่อนส่งให้หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พร 12 แม่จั๊วะ เก็บรักษาไว้ตามระเบียบ ส่วนเครื่องจักรได้ให้เจ้าหน้าที่ของบริษัทดังกล่าวดูแล โดยห้ามมีการเคลื่อนย้าย หรือดำเนินการใดๆ จนกว่าคดีจะสิ้นสุด